แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหมาย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ความหมายของไดอะล็อค (2)

ในหนังสือ On Dialogue (2004) ของ David Bohm ได้อธิบายความหมายของรากศัพท์ดั้งเดิมของ Dialogue ว่ามาจากภาษากรีกโบราณสองคำ 

คำแรก คือ Dia = Through แปลว่า การทะลุทะลวง
และอีกคำคือ Logos = Meaning of the word แปลว่า ความหมายของคำที่พูดออกไป

ซึ่งในความหมายใหม่ของคำว่า ‘Dialogue’ มิใช่เพียงแค่ การเข้าใจความหมายของคำที่พูดออกมาแบบทะลุทะลวง แต่เป็น Stream of meaning หรือ “กระแสธารของความหมาย” อันเป็นคุณค่าและองค์ความรู้ที่สามารถไหลเลื่อนเคลื่อนที่ ถ่ายเทไปหากันได้ โดยปราศจากการปิดกั้น (Blocking) ของสิ่งสมมติใดๆที่คนเรามักสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจากความเชื่อ ความยึดถือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง วัยวุฒิ คุณวุฒิ อำนาจ ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ซึ่งต่างก็เป็นสิ่งสมมติที่สร้างให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้งกันทางความคิดทั้งสิ้น

การสนทนาแบบไดอะล็อคนั้น อยู่คู่กับสังคมมนุษย์ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว เราอาจพอจะนึกภาพการล้อมวงรอบกองไฟของชนเผ่าในแอฟริกา หรือการล้อมวงพูดคุยกันหลังรับประทานอาหารของครอบครัวตามชนบทของไทยในอดีต

แต่ในปัจจุบันเมื่อแต่ละบ้านมีเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ Laptop Tablet Smartphone สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้เกิดสภาวะที่ต่างคนก็ต่างมีโลกส่วนตัวของตนเอง
 
พอตกเย็นก็เข้าห้องไปหาความบันเทิงส่วนตัว การพูดคุยกันในบ้านจึงน้อยลง การสนทนาที่น้อยลงจึงเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันในครอบครัว ส่งผลถึงการขาดทักษะในการฟังและการสื่อสารของสมาชิกในครอบครัวด้วย

เมื่อครอบครัวห่างเหินกัน ดังนั้นคนในสังคมเราจึงแปลกแยกกันมากขึ้น ไม่แปลกที่เรามีความความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องเพียงเล็กน้อย แต่แล้วก็เกิดเป็นความบาดหมางไม่เข้าใจกัน และกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด

จุดเริ่มต้นของความแตกแยกกันในสังคม ก็คือความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว และก็มาจากการขาดทักษะการฟังและการสื่อสารกันระหว่างบุคคลนั่นเอง โบห์ม คาดหวังไว้ว่า ในโลกยุคหน้า ไดอะล็อคจะเป็นหนึ่งในกระบวนการที่สร้างสรรค์สันติสุข ให้กับมนุษยชาติในอนาคตเลยทีเดียว

สำหรับในประเทศไทย องค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อาทิ เครือปูนซีเมนต์ไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ก็ได้นำกระบวนการไดอะล็อคมาแนะนำ และอบรมให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง
โดยกำหนดให้กระบวนการนี้ มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความรู้ ส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ จากการคิดร่วมกัน จึงเห็นได้ว่ากระบวนการนี้กำลังได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มว่าจะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในทุกวงการในอนาคต



วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

ความหมายของไดอะล็อค (1)

Dialogue ถูกนำเสนอเป็นทางการครั้งแรกโดย David Bohm(1927-1992) นักวิทยาศาสตร์สาขาควอนตั้มฟิสิกส์ชาวอังกฤษเชื้อสายอเมริกัน เขาเป็นทั้งนักจิตวิทยาและนักปรัชญา เป็นลูกศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ 


ในวิชาชีพของเขา โบห์มนั้นตระหนักอยู่เสมอว่า เหล่านักวิทยาศาสตร์ ผู้ฉลาดปราดเปรื่องทั้งหลายในโลก เมื่อต้องมาประชุมหารือร่วมกันแล้ว โดยมากมักจะเกิดความขัดแย้งที่ไม่อาจหาข้อยุติหรือมติเอกฉันท์ได้ 

สาเหตุหนึ่งก็คือ ความเห็นที่ว่าความคิดตนนั้นถูกเสมอ จึงไม่ได้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ละคนต่างคอยจะจับผิดและหาข้อโต้แย้งเพื่อทำลายทฤษฎีของอีกฝ่าย 

ซึ่งในภาวะแบบนี้ นอกจากจะก่อให้เกิดความขัดแย้งด้วยการถกเถียงกันแล้ว ยังจะไม่เอื้อต่อพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่เกิดการผลิตความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ โบห์มจึงเสนอ กระบวนการสนทนาแบบกลุ่มซึ่งเน้นการรับฟังอย่างเปิดใจ ซึ่งเรียกว่า “ไดอะล็อค” 

ในการที่จะเข้าใจความหมายของไดอะล็อคได้นั้น ต้องสามารถแยกแยะได้ก่อนว่า กระบวนการใด ไม่ใช่ไดอะล็อค 

ไดอะล็อคไม่ใช่การเสนอความคืดเห็น ไม่ใช่การอภิปราย ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่การวินิจฉัยเพื่อประเมินความเป็นไปได้ ไม่ใช่การประชุมที่มีคำตอบล่วงหน้า ไม่ใช่การพยายามโน้มน้าว หรือการนำเสนอให้ใครคล้อยตาม ไม่ใช่การสอนสั่ง พิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด

ซึ่งที่กล่าวมา กิจกรรมเหล่านั้น ก็เปรียบเสมือนกับเราเล่นตีปิงปอง โดยที่ต่างฝ่ายต่างโยนความคิดเห็นของตนใส่กันแล้วตีตอบโต้กันไปมา 

แม้ว่าเรามักจะใช้การสนทนารูปแบบเหล่านี้อยู่ในชีวิตประจำวัน แล้วมันก็ให้คุณค่าพอสมควร แต่กระบวนการไดอะล็อคนั้น จะพาเราลงลึกเข้าไปในความคิดและจิตใจของแต่ละคน 

เน้นให้เราฝึกการห้อยแขวน คำตัดสิน คำวิพากษ์วิจารณ์ของเราไว้ก่อน แล้วให้ “ฟัง” อย่างเปิดใจ โดยไม่ขัดและไม่พูดแทรก จนกว่าผู้พูดจะแสดงความคิดเห็นของเขาจนจบ 

กติกาพื้นฐานนี้เองทำให้การพูดคุยในวงไดอะล็อคเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่ก่อให้เกิดการขัดแย้งแย่งกันพูด ไม่ต้องปกป้องตนเอง ไม่ต้องถกเถียงทะเลาะกันอย่างในบทสนทนาหรือการประชุมทั่วไปๆ


ความหมายของไดอะล็อค มีความลึกซึ้งในทางภาษาและทางความหมาย ซึ่งจะขอขยายต่อในตอนหน้า