ไดอะล็อค : ศาสตร์ที่ว่าด้วยการฟังอย่างลึกซึ้งผ่านบทสนทนา เพื่อการเข้าใจตนเองและผู้อื่น
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความหมาย แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557
ความหมายของไดอะล็อค (2)
ในหนังสือ On Dialogue (2004) ของ David Bohm ได้อธิบายความหมายของรากศัพท์ดั้งเดิมของ Dialogue ว่ามาจากภาษากรีกโบราณสองคำ
คำแรก คือ Dia = Through แปลว่า การทะลุทะลวง
และอีกคำคือ Logos = Meaning of the word แปลว่า ความหมายของคำที่พูดออกไป
ซึ่งในความหมายใหม่ของคำว่า ‘Dialogue’ มิใช่เพียงแค่ การเข้าใจความหมายของคำที่พูดออกมาแบบทะลุทะลวง แต่เป็น Stream of meaning หรือ “กระแสธารของความหมาย” อันเป็นคุณค่าและองค์ความรู้ที่สามารถไหลเลื่อนเคลื่อนที่ ถ่ายเทไปหากันได้ โดยปราศจากการปิดกั้น (Blocking) ของสิ่งสมมติใดๆที่คนเรามักสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจากความเชื่อ ความยึดถือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง วัยวุฒิ คุณวุฒิ อำนาจ ยศถาบรรดาศักดิ์ หรือตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ซึ่งต่างก็เป็นสิ่งสมมติที่สร้างให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้งกันทางความคิดทั้งสิ้น
การสนทนาแบบไดอะล็อคนั้น อยู่คู่กับสังคมมนุษย์ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว เราอาจพอจะนึกภาพการล้อมวงรอบกองไฟของชนเผ่าในแอฟริกา หรือการล้อมวงพูดคุยกันหลังรับประทานอาหารของครอบครัวตามชนบทของไทยในอดีต
แต่ในปัจจุบันเมื่อแต่ละบ้านมีเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ Laptop Tablet Smartphone สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้เกิดสภาวะที่ต่างคนก็ต่างมีโลกส่วนตัวของตนเอง
พอตกเย็นก็เข้าห้องไปหาความบันเทิงส่วนตัว การพูดคุยกันในบ้านจึงน้อยลง การสนทนาที่น้อยลงจึงเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันในครอบครัว ส่งผลถึงการขาดทักษะในการฟังและการสื่อสารของสมาชิกในครอบครัวด้วย
เมื่อครอบครัวห่างเหินกัน ดังนั้นคนในสังคมเราจึงแปลกแยกกันมากขึ้น ไม่แปลกที่เรามีความความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องเพียงเล็กน้อย แต่แล้วก็เกิดเป็นความบาดหมางไม่เข้าใจกัน และกลายเป็นศัตรูกันในที่สุด
จุดเริ่มต้นของความแตกแยกกันในสังคม ก็คือความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว และก็มาจากการขาดทักษะการฟังและการสื่อสารกันระหว่างบุคคลนั่นเอง โบห์ม คาดหวังไว้ว่า ในโลกยุคหน้า ไดอะล็อคจะเป็นหนึ่งในกระบวนการที่สร้างสรรค์สันติสุข ให้กับมนุษยชาติในอนาคตเลยทีเดียว
สำหรับในประเทศไทย องค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อาทิ เครือปูนซีเมนต์ไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ก็ได้นำกระบวนการไดอะล็อคมาแนะนำ และอบรมให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง
โดยกำหนดให้กระบวนการนี้ มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความรู้ ส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ จากการคิดร่วมกัน จึงเห็นได้ว่ากระบวนการนี้กำลังได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มว่าจะถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในทุกวงการในอนาคต

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557
ความหมายของไดอะล็อค (1)
Dialogue ถูกนำเสนอเป็นทางการครั้งแร กโดย David Bohm(1927-1992) นักวิทยาศาสตร์สาขาควอนตั้ม ฟิสิกส์ชาวอังกฤษเชื้อสายอเ มริกัน เขาเป็นทั้งนักจิตวิทยาและนักปรัชญา เป็นลูกศิษย์คนสำคัญคนหนึ่ง ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ในวิชาชีพของเขา โบห์มนั้นตระหนักอยู่เสมอว่ า เหล่านักวิทยาศาสตร์ ผู้ฉลาดปราดเปรื่องทั้งหลาย ในโลก เมื่อต้องมาประชุมหารือร่วม กันแล้ว โดยมากมักจะเกิดความขัดแย้ง ที่ไม่อาจหาข้อยุติหรือมติเอกฉันท์ได้
สาเหตุหนึ่งก็คือ ความเห็นที่ว่าความคิดตนนั้ นถูกเสมอ จึงไม่ได้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ละคนต่างคอยจะจับผิดและห าข้อโต้แย้งเพื่อทำลายทฤษฎี ของอีกฝ่าย
ซึ่งในภาวะแบบนี้ นอกจากจะก่อให้เกิดความขัดแ ย้งด้วยการถกเถียงกันแล้ว ยังจะไม่เอื้อต่อพื้นที่แห่ งการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่เกิดการผลิตความคิดสร้าง สรรค์ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ โบห์มจึงเสนอ กระบวนการสนทนา แบบกลุ่มซึ่งเน้นการรับฟังอ ย่างเปิดใจ ซึ่งเรียกว่า “ไดอะล็อค”
ในการที่จะเข้าใจความหมายขอ งไดอะล็อคได้นั้น ต้องสามารถแยกแยะได้ก่อนว่า กระบวนการใด ไม่ใช่ไดอะล็อค
ไดอะล็อคไม่ใช่การเสนอความคืดเห็น ไม่ใช่การอภิปราย ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่การวินิจฉัยเพื่อประเ มินความเป็นไปได้ ไม่ใช่การประชุมที่มีคำตอบล่วงหน้า ไม่ใช่การพยายามโน้มน้าว หรือการนำเสนอให้ใครคล้อยตา ม ไม่ใช่การสอนสั่ง พิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด
ซึ่งที่กล่าวมา กิจกรรมเหล่านั้น ก็เปรียบเสมือนกับเราเล่นตี ปิงปอง โดยที่ต่างฝ่ายต่างโยนความคิดเห็นของตนใส่กันแล้วตีตอบ โต้กันไปมา
แม้ว่าเรามักจะใช้การสนทนารูปแบบเหล่านี้อยู่ในชีวิตปร ะจำวัน แล้วมันก็ให้คุณค่าพอสมควร แต่กระบวนการไดอะล็อคนั้น จะพาเราลงลึกเข้าไปในความคิ ดและจิตใจของแต่ละคน
เน้นให้เราฝึกการห้อยแขวน คำตัดสิน คำวิพากษ์วิจารณ์ของเราไว้ก่อน แล้วให้ “ฟัง” อย่างเปิดใจ โดยไม่ขัดและไม่พูดแทรก จนกว่าผู้พูดจะแสดงความคิดเ ห็นของเขาจนจบ
กติกาพื้นฐานนี้เองทำให้การ พูดคุยในวงไดอะล็อคเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่ก่อให้เกิดการขัดแย้งแย่ งกันพูด ไม่ต้องปกป้องตนเอง ไม่ต้องถกเถียงทะเลาะกันอย่ างในบทสนทนาหรือการประชุมทั่วไปๆ
ความหมายของไดอะล็อค มีความลึกซึ้งในทางภาษาและท างความหมาย ซึ่งจะขอขยายต่อในตอนหน้า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
